Goo

Can't find topic? find it here

Monday, January 18, 2010

Toilet land of inspiration





ห้องน้ำอะไรคือห้องน้ำ? มีใว้อาบน้ำหรือทำธุระเฉยๆงั้นหรือคิดผิด
มันคือที่ๆดีเหมาะแก่การคิดไอเดียอย่างยิ่ง
ตัวอย่างเช่น
ไฟล์:Domenico-Fetti Archimedes 1620.jpg
อาคีมีดิสเป็นเพราะเ้ขาอาบน้ำจึงแล้วน้ำล้นออกมาทำให้เขาคิดค้นอะไรหลายๆอย่าง

อันนี้เป็นเพราะนั่งถ่ายอะจะรุจแล้วดูคนเหล็กไปด้วย


(ของคนอื่นรับเชิญมาเกี่ยวเฉยๆ)


















Wednesday, October 14, 2009

ประกาศ!!!

                               


                              เนื่องจากหลายวันก่อนพวกผมและกลุ่มแครกเกอร์จากใต้ดินกลุ่มนึงจากนานาชาติ ไม่ขอเปิดเผยชื่อได้แฮ็กเข้าระบบฐานข้อมูลลับสุดยอกของรัฐบาลอเมริกา และรวมทั้งหน่วยสืบสวนคดีพิเศษFBIด้วย จากข้อมูลที่ได้มานั้นมีเรื่องนึงที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่2009 (เค้าว่างั้น) ใจความคร่าวๆเลยก็คือ ในไฟล์ดาต้าเบสระบุว่า ไอ้เชื้อนรกนี้มันไม่ได้กลายพันธุ์จากหมูอย่างที่เป็นข่าว แต่มันกลายพันธุ์มาจากหมานั่นเอง เป็นเชื้อไวรัส Rabies ซึ่งอยู่ในสาย Family Rhabdoviridae, genus Lyssavirus หรือเรียกภาษาเราๆว่า เชื้อพิษสุนัขบ้า ที่ปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หายได้ การกลับมาครั้งนี้มันได้เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมและโครโมโซมใหม่และได้รวมเข้า กับ เชื้อ Influenza virus หรือที่เรียกง่ายๆว่าไข้หวัดใหญ่คนนั่นแหละคับ แต่ครั้งนี้มันได้เปลี่ยนแปลงพันธุ์กรรมขึ้นมา ทำให้รับมือได้ยากมาก จะสังเกตุได้ว่าเชื้อ 2 ชนิดนี้จะติดต่อกันทางน้ำลายเป็นหลัก และทางอากาศด้วย โดยเชื้อตัวนี้มีคุณสมบัติของทั้ง 2 โรครวมกันเลย แต่ของไวรัส Rabies ยังถูกข่มอยู่เรยยังไม่แสดงผลที่แน่ชัด แต่คาดว่าอีกไม่นานการกลับมาระบาดครั้งที่สองของเชื้อนรกนี้มันจะแสดง ศักยภาพได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์สูงมากทีเดียว ยกเว้นแต่จะมีวัคซีนคิดค้นขึ้นมาได้ทัน!! ซึ่งจากการสำรวจดูลักษณะพันธุกรรม และ โครโมโซม ของมันแล้วพบความลับบางอย่างแฝงอยู่ และการจะคิดค้นวัคซีนขึ้นมาป้องกันไวรัสชนิดนี้นั้นยากมาก เพราะตั้งแต่การระบาดที่เมือง Centralia ในปี 1981 จนขณะนี้ ทางนักวิทยาศาสตร์, นักไวรัสวิทยาของอเมริกายังผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสชนิดนี้ไม่สำเร็จ เลย!! ซึ่งจากการสังเกตุพบว่าขณะนี้เชื้อไวรัสนี้ได้ทำให้คนที่ติดเชื้อแค่ ปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย บางรายจะมีอาการชักกระตุก และมีอัตราผู้ที่เสียชีวิตต่ำมาก ๆ และในอนาคตทาง....คาดว่า หากการระบาดครั้งที่สองเกิดขึ้นและมีการกลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์เมื่อไหร่ล่ะ ก็ นั่นอาจหมายถึงหายนะของมนุษยชาติเรยทีเดียว ซึ่งทางนั้นบอกว่า อาการในครั้งนี้จะติดต่อกันได้ไวมาก ส่วนใหญ่จะทางน้ำลาย และของเหลวในตัวผู้ชิดเชื้อเป็นหลัก และอาจจะทางอากาศด้วยนิดหน่อย นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวเชื้อไวรัสเอง อาการของผู้ที่ติดเชื้อก็คือ จะมีอาการทางประสาทอย่างชัดเจน จำใครไม่ได้เรยแม้แต่ผู้ที่ไกล้ชิด อาจจะไล่ทำร้ายคนรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง รูม่านตาเปิด แพ้แสง และสมองจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง คือพูดง่ายๆ คนๆนั้นจะไม่มีทางหายเป็นปกติได้เรย!!! บ้าไปตลอดชีวิตนั่นเอง เนื่องจากสมองถูกทำลายไปบางส่วน จึงทำให้ผู้ติดเชื้อจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ซึ่งมันก็เหมือนคนที่ตายไปแล้วนั่นเอง (ที่จริงหากนึกถึงหนังเรื่อง 28 days later ก็คงจะทำให้เข้าใจง่ายกว่า) และแผนรับมือนั้น ทางอมเริกาก็ยังไม่ทราบเช่นกัน แต่มีแผนสำรองไว้แล้วนั่นคือ กักกัน และทำลาย !! (อันนี้ผมยังไม่ทราบความหมายที่แน่ชัด) และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เจ้าเชื้อนี้มีความเป็นไปได้สูง ที่น่าจะมีผู้ที่ทำขึ้นมา!! เนื่องจากการระบาดครั้งแรกเลยคือ ที่อเมริกาเอง !! *(เขาว่าอย่างนั้น) ในเมือง Bonanza City ซึ่งอยู่ในรัฐนิวเม็กซิโก และเมือง Centralia ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว โดยทางรัฐบาลได้กระทำบางอย่าง (ผมขอปิดไว้เป็นความลับนะครับ) และได้กระจายข่าวบอกว่าเมืองนี้ได้ถูกไฟไหม้จากเหมืองถ่านหินเผาวอดทั้ง เมือง และมีเชื้อกำมะถันกระจายเต็มไปหมด ปัจจุบันทางการห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่นอกจากได้รับอณุญาติ และปัจจุบันนี้เค้าบอกว่าเชื้อนั้นได้ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นจากพื้นที่แล้ว แต่ปัจจุบันทาง....ก็ยังไม่ทราบว่าทำไมเชื้อนี้ถึงยังอยู่และไปโผล่อีกครั้ง ที่เม็กซิโก!?? ซึ่งจากการวิเคราะแล้ว น่าจะมีองกรค์บางองค์กรอยู่เบื้องหลัง ทาง FBI กำลังติดตามสืบสวนอยู่อย่างเร่งรีบ ซึ่งจากแบล็คลิสต์แล้ว มีองค์กรต้องสงสัยอยู่ถึงกว่า 34 องค์กรในประเทศ และอีก ไม่น้อยกว่า 2 องกรค์ในแคนาดา!!!

Wednesday, July 29, 2009

วิธีทำเจลล้างมือ=how to make hand cleansing gel

เจลล้างมือ วิธีทำเจลล้างมือ ฆ่าเชื้อโรคด้วยตัวเอง

เจลล้างมือ
เจลล้างมือ



เจลล้างมือ ฆ่าเชื้อโรค (อาชีพ.คอม)

ใน ชีวิตประจำวันคงไม่มีใครหลีกเลี่ยงเชื้อโรคทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นได้ ยิ่งถ้าต้องใช้ชีวิตนอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ยิ่งทำให้ง่ายต่อการสัมผัสกับ เชื้อโรคทั้งหลายเหล่านั้น

วันนี้ เราจะมาเสนอการทำ เจลล้างมือ ฆ่าเชื้อโรค โดย มีสูตรวัตถุดิบและวิธีการทำอย่างง่ายมาแสดงให้ดู คุณๆ สามารถทำไว้พกติดตัวแถมยังเผื่อแผ่ให้กับสมาชิกในครอบครัวพกไว้ใช้กันได้ทุก เมื่อที่ต้องการอีกด้วย เป็นครอบครัวอนามัยกันถ้วนหน้าไปเลยดีไหมคะ เพราะอย่างน้อยการล้างมือ เมื่อสัมผัสกับสิ่งไม่สะอาดทั้งหลายและก่อนรับประทานอาหาร ก็เป็นอีกทางที่จะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ ไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ


สิ่งที่ต้องเตรียมในการทำ เจลล้างมือ

เจลล้างมือ
วิธีทำเจลล้างมือ



1. สารเคมีส่วน A CARBOPOL 940 0.90 กรัม
2. สารเคมีส่วน B ALCOHOL 95% 135.00 กรัม
TRICLOSAN 0.30 กรัม

3. สารเคมีส่วน C TRIETHANOLAMINE (TEA) 2.40กรัม
4. น้ำสะอาด (แบ่งเป็น 2 ส่วน) ส่วน A 131.40 กรัม
ส่วน C 30.00 กรัม

5. สีผสมอาหาร (ตามชอบ)
6. ตาชั่ง สำหรับชั่งน้ำหนักวัตถุดิบ
7. ภาชนะใส่วัตถุดิบ
8. ไม้พาย
9. ที่ดูด (dropper )


วิธีทำ เจลล้างมือ


เจลล้างมือ
วิธีทำเจลล้างมือ


1.A เตรียมน้ำสะอาดส่วนแรก ชั่งตามสูตร
เตรียมวัตถุดิบ CARBOPAL 940 ชั่งตามสูตร




วิธีทำเจลล้างมือ


2. ค่อยๆ เท CARBOPAL 940


วิธีทำเจลล้างมือ

3. คนจนCARBOPAL กระจายตัวหมด



วิธีทำเจลล้างมือ

4. B เตรียม ALCOHOL 95% ชั่งตามสูตร
TRICLOSAN ชั่งตามสูตร



วิธีทำเจลล้างมือ


5. ผสม ALCOHOL 95% และ TRICLOSAN เข้าด้วยกัน



วิธีทำเจลล้างมือ


6. คนให้เข้ากันดี



วิธีทำเจลล้างมือ

7. นำส่วน B กวนให้ละลายจนเข้ากันแล้ว เทลงส่วน A


วิธีทำเจลล้างมือ

8. C เตรียมน้ำสะอาดส่วนที่สอง (ชั่งตามสูตร)
เตรียมวัตถุดิบ TRIETHANOLAMINE (TEA) ชั่งตามสูตร


วิธีทำเจลล้างมือ


9. ผสมให้เข้ากันดี



วิธีทำเจลล้างมือ


10. เทส่วน C ลงไปผสมกับส่วน A


วิธีทำเจลล้างมือ



11. คนให้เข้ากัน


วิธีทำเจลล้างมือ



12. นำสีผสมอาหารหยดลงไปตามชอบ


วิธีทำเจลล้างมือ


13. คนให้เข้ากันอีกครั้ง



วิธีทำเจลล้างมือ


14. เทใส่ในภาชนะเปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะเซ็ทตัวเป็นเจล



วิธีทำเจลล้างมือ


15. ก็จะได้เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคค่ะ


ข้อแนะนำ

ในขั้นตอนที่ 13 และ 14 นั้น จำเป็นที่คุณๆ จะต้องทิ้งไว้หลายชั่วโมง เพื่อให้ เจลล้างมือ เซ็ทตัว

คุณๆ สามารถเติมสีของ เจลล้างมือ ได้ตามชอบใจนะคะ

งานนี้เด็กๆ ถ้าจะทำควรอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่นะคะ

Thursday, June 25, 2009

โรคถูกน้ำไม่ได้!

โรคถูกน้ำไม่ได้!

โรค ประหลาดที่น่าสนใจในโลกนี้ยังมีอีกมาก อย่างเคสของ นางมิเชลลา ดัตตั้น อายุ 21 ปี ชาวอังกฤษ ที่เป็นโรคแพ้น้ำ หรือ "อะควาจีนิก เออร์ติเคเรีย" ซึ่งคนในโลก 230 ล้านคน จะเป็นโรคแพ้น้ำ 1 คน

เมื่อเป็นโรคนี้แล้วมิเชลลาจะอยู่ได้อย่างไร เพราะมนุษย์ขาดน้ำไม่ได้


สำหรับน้ำดื่มนั้น เธอไม่สามารถดื่มน้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพราะจะทำให้คอบวม
น้ำชนิดเดียวที่ดื่มได้คือ น้ำอัดลมประเภทไดเอ็ตแล้วอาบน้ำล่ะ? มิเชลลามีสิทธิ์อาบน้ำได้อาทิตย์ละ 10 วินาทีเท่านั้น เมื่ออาบเสร็จแล้วต้องรีบใช้ผ้าขนหนูสักหลาดเช็ดตัวให้แห้ง

การอาบน้ำนานอย่างคนทั่วๆ ไป ทำให้เกิดรอยผื่นแดงไปทั่วทั้งตัว

โรคแพ้น้ำเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เมื่อมิเชลลาอาบน้ำเป็นครั้งแรกหลัง คลอดลูกชาย แพทย์เชื่อว่า สาเหตุของโรคเกิดจาก
ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ขณะ เลี้ยงลูก เธอต้องประสบกับปัญหาอื่นๆ มากมาย เช่น เช็ดน้ำตาออกจากแก้มของลูกไม่ได้เลยสักหยด ไม่สามารถอุ้มลูกได้เกิน 2-3 นาที ไม่เช่นนั้นเหงื่อของลูกจะมาโดนตัว ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อน

ทั้งไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวฝนตก กลายเป็นว่า มีชีวิตเหมือนถูกจองจำให้อยู่แต่ในบ้านเท่านั้น

ด้านแพทย์จากหลายๆ สถาบัน พยายามให้ความช่วยเหลือด้วยการหาวิธีต่างๆ มารักษา อย่างโรงพยาบาลนิวครอส ที่เมืองวูล์ฟเวอร์แฮมตัน ที่นำยาแอนตี้ฮิสตามีนและแสงอัลตราไวโอเลตมารักษาเพื่อให้เซลล์ผิวหนังของมิเชลลาต้านทานน้ำได้ดี
กว่านี้


อย่างไรก็ตาม การรักษายังไม่ได้ผล

แต่แพทย์มีความเห็นตรงกันว่า อาการของโรคน่าจะมีสาเหตุมาจากร่างกายผลิตฮิสตามีนออกมามากเกินไป
ซึ่งฮิสตามีนเป็นสารชนิดเดียวกับที่แมลงปล่อยออกมาเวลากัดต่อย ทำให้เรารู้สึกปวดแสบปวดร้อน แอชลีย์ มอร์ริส สาววัย 20 ปี จาก เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นโรคแพ้น้ำ แอชลีย์เป็นโรคนี้มาตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากป่วยเป็นโรคต่อมทอนซิลอักเสบ และต้องกินยาเพนนิซิลลินจำนวนมาก แม้ต่อมาทอนซิลอักเสบจะหาย แต่กลับได้โรคอย่างอื่นมาแทน เธออาบน้ำได้วันละ 1 นาที ออกไปนอกบ้านได้ครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเหงื่อที่ออกมาจะทำให้ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว และต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงกว่าอาการนี้จะหายไป

แม้ผื่นแดงส่วนใหญ่ปรากฏอยู่ในร่มผ้า แต่เมื่อมองดูแล้วเธอรู้สึกว่า เหมือนกับเป็นโรคติดต่อ ความรู้สึกนั้นแย่ไปกว่าอาการที่มี

" หลายครั้งที่มีคนทั้งรู้จักและไม่รู้จักเข้ามาถาม พอบอกว่าเป็นโรคแพ้น้ำ พวกเขาก็จะสงสัยว่า มีโรคนี้อยู่ด้วยหรือ บางคนถึงกับไม่เชื่อ ซึ่งในตอนแรกที่หมอบอก ตัวฉันเองก็แทบไม่เชื่อว่า เป็นโรคแพ้น้ำเช่นกัน" แอชลีย์กล่าว ศ.ร็อดนีย์ ซินแคลร์ แพทย์ด้านผิวหนังของแอชลีย์ กล่าวว่า "ยาเพนนิซิลลินทำให้ระดับฮิสตามีนเปลี่ยนไป ก่อให้เกิดโรคแพ้น้ำ" เมื่อ ทราบว่าเป็นโรคนี้แน่นอนและยังไม่มีทางรักษา แอชลีย์จึงเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น เลิกเล่นกีฬาทุกชนิด ต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา ต้องพกร่ม

ด้าน นางนีน่า โก๊ด จากสมาคมโรคผิวหนังอังกฤษ ชี้ว่า
"เรายังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดของโรคแพ้น้ำ เพราะเป็นโรคที่พบน้อยมาก ทั้งยังไม่ทราบว่า มีผู้ป่วยกี่คนในโลก"

Tuesday, June 9, 2009

ประโยชน์ต่าง ๆ ของไหมขัดฟัน

ประโยชน์ต่าง ๆ ของไหมขัดฟัน


ประโยชน์ต่าง ๆ ของไหมขัดฟัน


ไหมขัดฟันนอกจากจะช่วยขจัดเศษอาหารออกจากฟันแล้ว ยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก...


- ถ้ารูปภาพติดกัน ไม่ว่าจะติดกับอัลบั้มหรือติดกับภาพอื่น แยกมันออกด้วยการใช้ไหมขัดฟันค่อย ๆ แทรกเข้าไประหว่างรูปภาพ เริ่มจากด้านมุมและขยับไหมขัดฟันไปทีละน้อย จะช่วยให้รูปหลุดออกจากกันโดยไม่ทำให้ภาพเสียหาย


- ถ้าสร้อยคอเส้นสวยขาด ลองใช้ไหมขัดฟันร้อยสร้อยคอเส้นใหม่ขึ้นมา ความเหนียวและนุ่มของเส้นไหมจะช่วยให้ใช้สร้อยเส้นนั้นไปได้อีกนาน


- แขวนรูป สำหรับกรอบรูปแบบเบา ๆ (ไม่ใช่แบบที่มีกระจก) สามารถใช้ไหมขัดฟันแขวนรูปได้

- ถ้าไม่มียางรัดผมตอนล้างหน้า ตัดไหมขัดฟันมาสักเส้นหนึ่ง แล้วใช้รัดผมแทน เส้นไหมจะไม่ดึงรั้งเส้นผมจนขาดอีกด้วย


- ตัดเค้ก สามารถใช้ไหมขัดฟันแบบที่ไม่มีรสตัดขนมเค้กเนื้อนุ่มทั้งหลายแทนมีด นอกจากจะตัดได้ง่ายแล้ว ยังจะได้ชิ้นเค้กที่สวยได้รูป


รู้อย่างนี้แล้ว ลองนำไหมขัดฟันมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ กันดูได้.

ใครว่า"ปลา"ไร้สมอง?

ใครว่า"ปลา"ไร้สมอง?


ใครว่า "ปลา" มีสมองจิ๊ดเดียว เพียงแค่ไม่กี่วินาทีมันก็ลืมอะไรหมดแล้ว

แต่ที่จริงในการศึกษาหลายๆ ชิ้นพบว่า ปลามีความจำนานหลายเดือน อย่างการศึกษาความทรงจำของ "ปลาทอง" ของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพลีมัธ ประเทศอังกฤษ ที่ประหลาดเมื่อทราบว่า ปลาทองมีการเรียนรู้และมีความทรงจำนาน 3 เดือน ทั้งยังฉลาดกว่า "ปลาเทราต์" ปลาทองของมหาวิทยาลัยพลีมัธ ได้รับการฝึกให้มาที่ยอเพื่อกินอาหาร โดยยอจะทอดตัวลงไปในน้ำทุก 1 ชั่วโมง เมื่อทำเช่นนี้บ่อยๆ ปลาทองจำได้ ว่าใกล้ถึงเวลาอาหารแล้ว มันก็จะว่ายน้ำมาใกล้ๆ ยอ

ส่วนการศึกษาของ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูว์ส ระบุว่า "ปลามินนาว" ฉลาดพอๆ กับหนู

ที่สถาบันเทคโนโลยีอิสราเอล มีการฝึกให้ "ลูกปลา" มากินอาหารเมื่อได้ยินเสียงเรียกผ่านลำโพง

หลัง จากฝึกได้ประมาณหนึ่งเดือน นักวิจัยปล่อยปลาสู่ท้องทะเลให้พวกมันหากินกันเอง แต่จากนั้น 4-5 เดือนเมื่อมันโตเป็นปลาใหญ่เต็มตัว พอมันได้ยินเสียงเรียก มันก็กลับมากินอาหารเหมือนอย่างที่เคยทำสมัยเป็นลูกปลาน้อย

วิธี การของสถาบันเทคโนโลยีอิสราเอลอาจนำมาปรับใช้ในการทำฟาร์มปลา คือ ฝึกปลาให้มากินอาหารเมื่อได้ยินเสียงเรียกระยะหนึ่ง จากนั้นปล่อยปลาไปให้มันหากินเอง ว่ากันว่า เมื่อมันโตได้ที่พร้อมที่จะนำมาขาย ก็เรียกให้ฝูงปลากลับมา และจับปลานั้นๆ

วิธีการนี้ลดความยุ่งยากในการดูแล ไม่ต้องเสียเงินค่าอาหาร ไม่ต้องทำฟาร์ม ไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างคนงาน การที่ปลาอยู่ตามธรรมชาติยังสร้างมลพิษน้อยกว่า เนื้อปลาอร่อยกว่าแบบเลี้ยงในฟาร์ม

"คนส่วนใหญ่มักเห็นว่าปลาทองเป็นปลาโง่ มีความจำแค่ 3 วินาที แต่ความจริง ปลาไม่ได้โง่ไปกว่านกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกหลายๆ ชนิด มันรู้จักทางน้ำที่วนไปวนมา รู้จัก ปลาอื่น" ดร.ไมก์ เวบสเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส กล่าว
มหิดลคิดค้น"แบบจำลองผ่าหัวใจ" เพิ่มประสิทธิภาพ"บายพาส"


มหิดลคิดค้น"แบบจำลองผ่าหัวใจ" เพิ่มประสิทธิภาพ"บายพาส"


" มหิดล" คิดค้นงานวิจัยแบบจำลองช่วยการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจสำเร็จครั้งแรกของโลก เตรียมนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริง 5-10 ปีข้างหน้า ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยผ่าตัดซ้ำ

รศ.เบญจวรรณ วิวัฒนปฐพี รองหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้วิจัย ระบุว่า ผลงานวิจัยแบบจำลองเพื่อช่วยการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจถือเป็นครั้งแรก ของโลกที่มีการนำข้อมูลผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลศิริราช 50 คนไปทำแบบจำลองภาพ 3 มิติในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้แพทย์รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดที่ตีบตันก่อนผ่าตัด และเข้าใจพฤติกรรมการไหลของเลือดในเส้นเลือดสู่หัวใจได้ถูกต้อง นำไปสู่การเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละกรณี

" แบบจำลองดังกล่าวจะพิจารณาการบีบและคลายตัวของหัวใจที่มีผลต่อการไหลของ เลือดและแรงดัน เก็บข้อมูลจากการนำผู้ป่วยผ่านเครื่องซีพีสแกน เพื่อสร้างหลอดเลือดจำลองเสมือนจริง 3 มิติ ผลงานวิจัยได้รับทุนจากมหิดล ใช้เวลาศึกษามาแล้ว 2 ปี ปีละ 650,000 บาท ขณะนี้กำลังจดสิทธิบัตร ส่วนผลงานได้พิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ชั้นนำของโลก" รศ.เบญจวรรณ เผย

ด้าน ผศ.น.พ.ทนงชัย ศิริอภิสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ผลงานวิจัยดัวกล่าวจะนำมาใช้ได้จริงใน 5-10 ปีข้างหน้า

ระหว่าง นี้จะพัฒนาให้โปรแกรมทำงานเร็วขึ้นจากเดิมได้ภาพจากซีทีสแกนต้องใช้เวลา 1 ปีจึงได้ภาพจำลองแต่ ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ ตั้งเป้าไว้จะใช้เวลาไม่กี่นาทีในอนาคต ส่วนการผ่าตัดผู้ป่วยมีวิธีรักษาหลายแบบ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมากกว่าร้อยละ 50 มักจะกลับมารับการผ่าตัดใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี และ แพทย์ใช้เวลาผ่าตัดครั้งละประมาณ 2-3 ชั่วโมง หากมีการนำงานวิจัยมาใช้กับผู้ป่วยได้จริง คาดว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยผ่าตัดซ้ำมากกว่าครึ่งหนึ่ง และเวลาในการผ่าตัดจะลดลงเช่นกัน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังแถลงข่าวการคิดค้นเครื่องมือควบคุมไอระเหยน้ำมันลดการสูญเสียพลังงานของชาติ

โดย รศ.วิทยา อยู่สุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการและนวัตกรรมการศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวว่า จากข้อมูลกรมควบคุมมลพิษพบว่าคลังน้ำมันเชื้อเพลิงและปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ปล่อยไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาในชั้นบรรยากาศจำนวนมาก แม้จะออกกฎหมายบังคับให้คลังน้ำมันต้องติดตั้งเครื่องจำกัดไอระเหยน้ำมันแต่ ต้องลงทุนสูง ถ้าใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำ ใช้งบฯ 2 ล้านบาท หากสั่งจากต่างประเทศจะมีราคา 10-15 ล้านบาท ขณะนี้มีการใช้งานแล้วที่คลังน้ำมันระยอง และกำลังดำเนินการอีก 2 แห่ง

คนอดนอนกลับยิ่งทำให้กินอาหารจุขึ้น

คนอดนอนกลับยิ่งทำให้กินอาหารจุขึ้น


ที่ประชุมโรคอ้วนได้รับรายงานผลการศึกษาที่ระบุว่า การอดนอนทำให้กินมากกว่าปกติร้อยละ 22 เทียบได้กับการกินแฮมเบอร์เกอร์ขนาดใหญ่...

ที่ประชุมเรื่องโรคอ้วนระหว่างประเทศ พากันได้แนวความคิดว่า
การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็อาจจะช่วยรักษารูปร่างของเรา ให้ยังคงผอมบางอยู่ได้ ที่ ประชุมได้รับรายงานผลการศึกษาว่า เพียงแค่อดนอนมาคืนเดียวจะทำให้คนเรากินมากขึ้นกว่าปกติถึงร้อยละ 22 ซึ่งเทียบได้เท่ากับกินแฮมเบอร์เกอร์ขนาดใหญ่เข้าไปทั้งชิ้น

รายงานกล่าวว่า ผู้เข้ารับการทดสอบที่ได้นอนคืนก่อนเพียง 4 ชม. จะรู้สึกหิวจัดกว่าเพื่อนคนที่ได้นอนเต็มอิ่ม 8 ชม. "ผลการทดสอบส่อว่า การอดนอนทำให้คนกินจุขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอ้วน" พร้อม กันนั้น ยังมีรายงานผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยมาสสตริตต์แห่งเนเธอร์แลนด์ พบว่าเด็กคนที่นอนน้อยลงเมื่อวัยย่างเข้าหนุ่มสาวกว่าเมื่อตอนเด็ก จะพากันอ้วนขึ้น เมื่อเทียบกับเพื่อนคนที่ยังคงนอนนานเท่าเดิม.

dispragnent plaster's advantages

ยาคุมกอเอี๊ยะ แค่ “แปะ”ก็ไม่ท้อง(จริงหรือ?)


ว่า กันว่า การสืบเผ่าพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นของสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าประทานให้มา เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อไป แต่การขัดจังหวะการขยายเผ่าพันธุ์เป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่ขอก้าวก่ายหน้าที่ ของพระเจ้าสักนิด นัยว่า เพื่อเตรียมความพร้อมให้เหมาะก่อนจะมีผู้สืบสกุลต่อไปนั่นเอง เราเรียกการที่มนุษย์ขัดจังหวะการขยายเผ่าพันธุ์นี้ว่า การคุมกำเนิด

แน่ นอนว่า วิธีการคุมกำเนิดในปัจจุบันนั้นมีหลายชนิด ทั้งการใช้ถุงยางอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิด ฯลฯ แต่ที่หลายคนอาจจะเห็นล่าสุดแล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าจะใช้ได้ผลและมี ประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ก็คือ
“ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง”

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเข้าเรื่อง คงต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคุมกำเนิดกันสักนิดเพื่อความเข้าใจร่วมกัน....

นพ.รุ่งโรจน์ ตรีนิติ เว็บมาสเตอร์ www.clinicrak.com ระบุว่า การตั้งครรภ์มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือตัวอสุจิ ไข่ และมดลูก นั่นก็คือตัวอสุจิต้องผสมกับไข่แล้วอาศัยมดลูกเป็นที่เจริญเติบโต ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งการตั้งครรภ์ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ โดยขบวนการสืบพันธุ์จะเริ่มจากตัวอสุจิจากฝ่ายชายที่ต้องมีปริมาณมากพอและมี คุณภาพพอ เดินทางมาในช่องคลอดสตรี ผ่านปากมดลูก เข้าตัวมดลูก ผ่านท่อนำไข่แล้วผสมกับไข่ที่นี่ หรืออาจไปผสมในช่องท้องก็ได้

ส่วน ไข่ของผู้หญิง ก็มีระยะเวลาที่จะสุกและตกมาพร้อมจะผสมเดือนละครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง ตัวไข่เองก็ต้องมีความสมบูรณ์จึงจะให้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์จนสามารถเจริญเติบโต เป็นตัวเองที่สมบูรณ์ได้

“หลักการป้องกัน การตั้งครรภ์คือ ต้องทำให้เกิดความบกพร่องที่จุดใดจุดหนึ่ง คือ ตัวอสุจิ ไข่ และตัวอ่อน ไม่ว่าจะเป็นไปตามธรรมชาติหรือโดยการกระทำของมนุษย์ก็ตาม ก็ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ การคุมกำเนิดก็คือ การป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งแบ่งได้เป็นการคุมกำเนิดของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย ที่ใช้กันในปัจจุบันมี 3 วิธีคือ ใช้ถุงยางอนามัย หลั่งภายนอก และทำหมัน

“ขณะที่ฝ่ายหญิง ที่ใช้กันในปัจจุบันคือ กิน ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด ทำหมัน ใส่ห่วงอนามัย นับวันปลอดภัย ยาฆ่าอสุจิ ฝาครอบปากมดลูก ห่วงสอดช่องคลอด แผ่นแปะผิวหนัง

นพ. รุ่งโรจน์ชี้แจงว่า สำหรับแผ่นแปะคุมกำเนิดนั้น เป็นนวัตกรรมล่าสุดของการคุมกำเนิดที่จำหน่ายในท้องตลาด สูตินรีแพทย์ทั่วไปมักเรียกแผ่นแปะคุมกำเนิดว่า “ยาคุมกอเอี๊ยะ” เพราะมีลักษณะการใช้เหมือนกอเอ๊ะ คือ เมื่อแปะที่ผิวหนังแล้ว ตัวยาจะค่อยๆ ซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด แล้วไปออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ เป็นยาคุมกำเนิดชนิดแปะชนิดแรกที่ได้รับอนุมัติจาก FDA (องค์การอาหารและยา) ของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2544 มีจำหน่ายในสหรัฐฯในปี 2545

สำหรับประเทศไทยได้นำเข้ามาจำหน่ายในเมื่อเดือน เมษายน 2548 มีจำหน่ายที่โรงพยาบาล คลินิกหลายแห่งร้านขายยาชั้นนำทั่วไป ใช้แทนยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดกินสำหรับคนที่ไม่สามารถรับประทานยาได้ หรือคนที่ชอบลืมกินยา หรือไม่ชอบกินยา
ถ้าใช้อย่างถูกต้องก็มีประสิทธิภาพ 99 %

ด้านรศ.นพ. อรรณพ ใจสำราญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูตินรีเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ยาคุมกอเอี๊ยะ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาด 20 ตารางเซนติเมตร ประกอบด้วยตัวยาสองตัวคือโปรเจสโตเจนและเอสโตรเจนเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิดทั่ว ไป สำหรับโปรเจสโตเจนก็ใช้ตัว norelgestromin 6.0 มิลลิกรัม ส่วนเอสโตรเจนก็ใช้ ethinyl estradiol 0.75 มิลลิกรัม กระบวนการป้องกันการตั้งครรภ์เหมือนยาเม็ดคุมกำเนิด ฮอร์โมนในแผ่นค่อยๆออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ และทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้นทำให้ตัวอสุจิผ่านเข้ามดลูกได้ยาก

“วิธี ใช้ วันแรกที่รอบเดือนมาเลย (ภายใน 24 ชั่วโมง) แต่ถ้าเริ่มแปะหลังจากวันแรกไปแล้ว 7 วันแรกควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นในวันที่เคยเปลี่ยนและสามารถมีผลคุมกำเนิดได้ ตั้งแต่วันแรกของแผงแรกของรอบนั้นทันทีหนึ่งรอบมี 4 สัปดาห์ แปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น สัปดาห์ที่ 4 เว้นการแปะ 7 วัน เมื่อเว้นครบ 7 วันแล้ว ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนมาแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็ให้แปะแผ่นแรกของรอบใหม่ทันที”

ทั้ง นี้ สามารถแปะได้หลายที่ แต่ส่วนมากก็มักแปะที่ท้องน้อย หรือสะโพก แต่ละแผ่นไม่ควรแปะซ้ำที่แต่ให้เลื่อนออกไปตำแหน่งใหม่จุดที่ห้ามแปะคือที่ เต้านมจุดที่จะแปะไม่ควรใช้เครื่องสำอาง หรือแป้งหรือครีม และหลีกเลี่ยงจุดที่มีแผล มีการอักเสบ หรือมีโรคผิวหนัง ถ้าเกิดแผ่นหลุดให้แปะแผ่นใหม่เท่ากับจำนวนวันที่เหลือ และเพื่อป้องกันการรบกวนประสิทธิภาพกาวบนแผ่นปิด ไม่ควรใช้เครื่องสำอาง ครีม โลชั่น แป้งฝุ่น หรือเครื่องประทินผิวใดๆบนบริเวณผิวหนังที่จะปิดแผ่นยา ทั้งนี้ผู้ใช้ควรหมั่นตรวจสภาพการติดของแผ่นยาทุกวันด้วย

คำ ถามสำคัญคือ แปะยาคุมกอเอี๊ยะแล้วอาบน้ำ ว่ายน้ำได้หรือไม่ นพ.อรรณพ ให้ข้อมูลว่า “ไม่เป็นปัญหาโดยเฉพาะในประเทศเราซึ่งถือได้ว่าเป็นเมืองร้อนอาจมีอาการ เหงื่อออกมากและมีความกังวลเรื่องของการระคายเคืองและการหลุดลอกของแผ่น เมื่อทำกิจกรรมอื่นร่วมไปด้วย เช่น การออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส หรือการว่ายน้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ได้มีการวิจัยในสตรีไทย 100 ราย ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เราพบว่าผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เช่น การระคายเคืองของผิวหนังบริเวณที่ใช้แผ่นแปะพบน้อยมากและก็ไม่ได้มากไปกว่า สตรีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบตะวันตกที่มีอากาศเย็น จึงไม่เป็นปัญหา สำหรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมด้วยแต่อย่างใด”

สำหรับ ผลค้างเคียงของการใช้ยานั้น นพ.อรรณพ กล่าวว่า มีน้อยมาก ทั้งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยค่อนข้างสูง ความน่าเชื่อถือก็เหมือนกับยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป แต่อาการข้างเคียงน้อยไม่เหมือนกับยาเม็ดเพราะไม่ต้องรับประทานเข้าไปได้ ผลดี สมมุติว่าหากเราใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดตัวยาที่ใช้เมื่อเข้าไปในร่างกายจะไม่ ค่อยสม่ำเสมอแต่ยาชนิดนี้เมื่อแปะบนผิวหนัง ตัวยาที่ร่างกายได้รับจะสม่ำเสมอกว่า อาการข้างเคียงก็จะไม่ค่อยมีอย่างเช่นเลือดออกผิดปกติก็จะพบน้อยมาก

นพ. อรรณพชี้ว่า การคุมกำเนิดคือส่วนหนึ่งของความรู้เรื่องเพศศึกษา ปัญหาที่สังคมไทยประสบประเภท ท้อง แท้ง ทิ้ง ส่วนใหญ่คือความไม่เข้าใจเรื่องการคุมกำเนิด ขณะที่การมีเพศสัมพันธ์กลับกลายเป็นเรื่องที่เกือบจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสีย แล้ว ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การสอนเรื่องเพศศึกษาจึงต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพด้วย

“สิ่ง ที่อยากจะบอกคือ ปัจจุบันวัยรุ่นไทยที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและไม่รู้จักวิธีการคุม กำเนิดที่ดีพอมักจะใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สิ่งที่หมออยากเตือนไว้คือ ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีหลายยี่ห้อในท้องตลาด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รู้จักวิธีการใช้ และมักใช้เป็นประจำซึ่งอันตรายมาก”

“หมออยากบอกว่า ยา นี้ใช้เมื่อยามฉุกเฉินเท่านั้น หมายถึงยามที่ไม่ได้ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน หรือคุมกำเนิดแบบอื่นแล้วเกิดผิดพลาด เช่น ถุงยางแตกขาด ไม่ใช้คุมกำเนิดประจำ ใช้มากกว่า 2 กล่องต่อเดือนก็อันตรายมาก ไม่ใช่ยาทำแท้ง การกินยา ให้กินหลังร่วมโดยกินเม็ดแรกโดยเร็วที่สุด หรือภายใน 72 ชั่วโมง แล้วอีก 12 ชั่วโมงกินเม็ด ที่เหลือเริ่มกินช้าประสิทธิภาพของยาก็จะลดลงตามชั่วโมงที่ผ่านไป ถ้ากินถูกต้อง ก็จะช่วยลดโอกาสตั้งครรภ์ลง 70 - 80 % หลังกินยา 4 – 5 วันอาจมีเลือดออกได้ แต่ไม่ได้เป็นกับทุกคน กินยานี้แล้วอาจทำให้รอบเดือนแปรปรวนไม่อาจคาดเดาได้”

... แม้ว่าปัจจุบันการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นที่นิยมอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งนี้ยังจะได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นโดยการพัฒนาไปเป็นแบบใสให้ยากต่อการมอง เห็นหรืออาจถูกพัฒนาไปในรูปแบบอื่นๆ ที่ให้เข้ากับยุคสมัยต่อไปในอนาคตก็ได้

Monday, June 1, 2009

How to get big bless-สาว สาว ที่อยากหน้าอกตูม ตูม

สาว สาว ที่อยากหน้าอกตูม ตูม

จะอกเล็ก อกใหญ่แค่ไหน แต่ถ้ามันดูกระชับ เต่งตึง ดึ๋งดั๋งๆ เท่านี้ก็เป็นหน้าเป็นตาให้เราได้ไม่น้อย ฉะนั้น เวลาอาบน้ำ ลองใช้น้ำเย็นพรมบริเวณหน้าอกเป็นประจำ เพื่อช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ทำให้เนื้อเยื่อไขมันของหน้าอกกระชับขึ้น

อาหารก็เป็นส่วนสำคัญกับการเชิดชูกระชับหน้าอกเช่นกัน อาหารที่มีคุณภาพ ไม่เพียงจะทำให้หน้าอกเต่งตึงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเหมารวมไปถึงผิวพรรณทั่วร่างกายเราด้วยนะคะ

ในหนังสือ หน้า ผม นม ผิว แนะนำว่าการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ โดยเน้นโปรตีนจะช่วยให้เนื้อเยื่อร่างกายฟิตเฟิร์มได้ โดยวัดปริมาณโปรตีนต่อวันจากฝ่ามือ

- ตอนเช้ารับประทานอาหารโปรตีนครึ่งฝ่ามือ หรือไข่หนึ่งฟอง

- กลางวันรับประทาน 3/4 ของฝ่ามือ

- ส่วนตอนเย็นต้องรับประทานให้เท่ากับ 1 ฝ่ามือ เท่านี้ร่างกายก็ซ่อมแซมตัวเองได้เต็มที่แล้ว

อาบน้ำก็แล้ว กินอาหารก็แล้ว คราวนี้มาว่าด้วยการนวดกันบ้างนะจ๊ะ ถ้าเรานวดเบาๆ บริเวณหน้าอกด้วยน้ำมันหรือครีมทาตัวเป็นประจำ หน้าอกจะสามารถกระชับขึ้นได้ ท่านวดที่ได้ผล คือวางมือซ้ายไว้หลังคอหรือหัวไหล่ ยกข้อศอกขึ้น นวดรอบอกโดยใช้ปลายนิ้วคลึงเบาๆ เป็นวงกลม กำหนดลมหายใจไปด้วยอย่าลืมสลับข้างล่ะคะ คุณสาวๆ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ สยามดารา

Tuesday, March 17, 2009

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

หมวด ความสวยความงาม

1.กิน หวาน มากทำให้ผิวเหี่ยว จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ เมื่อร่างกายมีน้ำตาล อยู่ ในกระแสเลือดมากเกินไป มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ ผิว ทำ ให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัย ผิวหยาบกร้าน และ เหี่ยวย่น ในที่สุด

2.การยืนเอาปลาย นิ้ว มือแตะปลายนิ้วเท้าจะทำให้ผิวหน้าดูสดใส จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะ ปลาย นิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆค้างไว้นับ 1-30แล้วค่อยๆ ยืนขึ้นจะทำให้โลหิต บริเวณหนังศีรษะ และใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใส ขึ้น

3.เอาน้ำแข็งถูหน้า ก่อนนอนจะทำให้หายมันได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่แก้ปัญหาหน้ามันได้โดยการใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาหน้าให้ทั่วใบ หน้า ทาแล้วไม่ต้องล้างออก น้ำเมือกจะ แห้งไปเองภายใน ๕ - ๑๐ นาที ทำก่อนนอน แค่นี่หน้าก็จะหาย

4.การสวมเสื้อผ้า หนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ จะทำให้ผอมเร็วจริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง การที่เหงื่อออกเยอะคือ ภาวะ ที่ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบายความร้อนออกมา ไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมา เพราะ ฉะนั้นพอเราดื่มน้ำเข้าไปน้ำหนักก็จะเท่า เดิม

5.คนผิวแห้งมีโอกาส เกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมัน จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะคนผิวแห้งขาด ซีบัม หรือ สารไขมัน ทำให้กลไกลการปกป้องตนเองของผิว หนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะ ฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแลและทาครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคน ผิว มัน

6.การฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึง หายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัย และรอยคล้ำ ได้

7.การ ร้องไห้ช่วยลดความอ้วนได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วย เผา ผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่ เฉยๆ ได้มากถึง 20% ซึ่งหากได้หัวเราะวัน ละสัก 10 -15 นาที จะช่วยเผาผลาญพลังงานลงได้มาก ถึง 50 แคลอรี

8.กาวตราช้างใช้ รักษาส้นเท้าแตกได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ เมื่อปิดหนังที่แตกด้วย กาวตราช้าง สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ ได้ ผิวจะไม่ ถูกรบกวน จึงมีการซ่อม แซม ตนเองขึ้นมามีการสร้างเซลล์ใหม่ และผลัดเซลล์เก่าออก กาวช้างก็จะหลุดออก ไป แต่ ห้ามใช้กับคนที่แพ้กาวตราช้าง

9.การ เต้น รำทำให้ผิวสวยได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ การเต้นรำเพียงวัน ละ 20 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี กระตุ้นระบบการหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ทำ ให้เลือดลมเดินทั่วผิว ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพ ดี

10.การใส่ กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำทำให้ขาใหญ่ได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ ช่วงขาส่วนที่อยู่ นอกกระโปรงจะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษเพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศ โดยเฉพาะ เมื่อ ผิวหนังเจอความหนาวเย็น ทำให้เกิดเซลลูไลท์



หมวด รู้ไว้ใช่ว่า

1.การแลบลิ้นให้น้ำลาย ยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้จริงหรือ

เฉลย
จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แคปไซซิน ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิกริยาโดบขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป

2.ดูดนมยางของเด็กทารก ตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง การคาบหรืออมนายางของเด็กทารก ไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่งก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือน สั่นไหวขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรน และไม่นอนอ้าปากอีก ด้วย

3.การสูดกลิ่นตัว ผู้ชาย ทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคน รักนั้นมีสาร ฟีโรโมนผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลด อาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้

4.แอปเปิ้ลผลิตกระแส ไฟฟ้าได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง ถ้าเสียบแผ่นสังกะสี และแผ่น ทอง แดงกรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัว ของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็น เหมือน แบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาวเกรป ฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้ เช่น กัน

5.ปัสสาวะ มนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาวและแข็ง แรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึง เป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์

6.วัวกระทิงเกลียดสี แดง จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่ สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้แต่การที่วัว เมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้นเป็นเพราะความรำคาญ และเพราะถูกยั่วยุ มากกว่า

7.เพชรแท้จะ ไม่ติดสีหมึก จริงหรือ

เฉลย
จริง การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้าย น้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออกไม่ ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่ ก็แสดงว่าเป็นเพชร เทียม

8.การทะเลาะ กันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ
เฉลย
จริง เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ด เลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผลหรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลง ทำ ให้บาดแผลต่างๆ หายช้า

9.แสงแดด อ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการ สร้างฮอร์โมนเมลาโตนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่ แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้นและอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึม เซา ได้

10.การฟัง เพลง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ การฟังเพลงทำให้สมอง หลั่ง สารเอนดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และ บรรเทาอาการปวดข้อลงได้



หมวด กินเพื่อสุขภาพ

1.กินน้ำมะนาวปั่น สามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการ ดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำ ผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเราทำให้อาการเมาหายไป ได้

2.เมื่อ เป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียม สูง เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การกินอาหารที่มีโพแทสเซียม สูง จะส่งผลให้เกิดอาการชักได้

3.มัน ฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิต ให้ ต่ำลง และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับ ได้อีก ด้วย

4.ดื่มนม ร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบาย ยิ่งขึ้นเพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร

5.การเคี้ยวหมาก ฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้ คน ไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้นเพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็น การบริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติได้ เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืด ซึ่ง ทำให้ปวดท้อง และท้องอืดหลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพัก หนึ่ง

6.การกินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะในเนยมี กรดอมิโน ที่มี ชื่อ ว่า ทริปโตพัน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับ ได้ สนิทดีขึ้น

7.กินส้ม ช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือก เอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวน ที่ เพียงพอช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมา ด้วย

8.การกินช็อคโกแล๊ต ช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ต มีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อ เวกัสเนอร์ฟ ที่ทำ หน้าที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ ผล

9.การกิน บ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูงร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึง ช่วย ถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน เกลือแร่ และสาร อาหารจำเป็นอยู่มาก อีก ด้วย


10.การกิน อาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัว ง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหาร ไปเลี้ยงสมองได้ น้อยลง สมองจึงค่อยๆ เสื่อม

Friday, March 13, 2009

ขายอุปกรณ์ย้อมผมราคาถูก

ใครที่มีปัญหาในเรื่องมีผมหงอก แม้แต่เด็กยังมีเลย.........บางคนเป็นเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ตอนนี้ผมแนะนำให้ใช้ตัวนี้เนื่องจาก
-ไม่มีผลข้างเคียง
-ย้อมเสร์จภายใน 5-10นาที
-มี4สีให้เลือก น้ำตาล ดำ ทอง และแดง
-ไม่ทำให้ผมเสีย
-ใช้ได้ทั้งสองเพศ
-และไม่ต้องสระผมก่อนย้อม
-สุดคุ้ม


Whose here have white hair, because of old!?
I prefer you to use this because
-No side effect
-finishing in 5-10 minute
-4 colours. Copper,brown,black,and bronze
-Doesn't make your hair break.
-Both gander
-Need not to shower before screen
-extremely good


Price 600 NO!!!!
Just 399 baht

Sunday, December 14, 2008

How to heal illness

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหวัด ต่างพากันยกนิ้วให้กับคำแนะนำของคนรุ่นย่ารุ่นยายที่สอนเอาไว้ว่า ให้ดื่มน้ำอุ่นจะได้หายเร็ว

นักวิจัยของศูนย์โรคหวัดธรรมดา มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ สหภาพแอฟริกาใต้ได้พบในการศึกษาว่า เครื่องดื่มที่เป็นน้ำผลไม้ที่ไม่มีแอลกอฮอล์อุ่นสัก 1 เหยือกจะช่วยบรรเทาอาการไอและสำลักลงได้ ผู้อำนวยการศูนย์ ศาสตราจารย์รอน เอกเคิล จึงได้ฉวยโอกาสแนะนำให้ผู้ป่วยโรคหวัดธรรมดา หรือไข้หวัดใหญ่ให้ดื่มน้ำผลไม้อุ่นๆ จะได้บรรเทาอาการลงได้ “มันน่าแปลกอยู่เหมือนกัน ที่เพิ่งมีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ของผลดีในการดื่มเครื่องดื่มร้อน แก้หวัดขึ้นเป็นครั้งแรก” และเสริมว่าข้อดีของการดื่มน้ำผลไม้ นอกจากช่วยต่อสู้โรคภัยแล้ว มันยังถูกทั้งปลอดภัยและได้ผลดีอีกด้วย

รายงานผลการศึกษาเปิดเผยอยู่ในวารสารทางวิชาการ “นาสิกวิทยา” ของอังกฤษ กล่าวว่า ได้ทดลองให้อาสาสมัครที่เป็นหวัด 30 คนดื่มน้ำแอปเปิ้ลและแบ็คเคอแรนต์ พบว่า มันช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหล ไอจาม เจ็บคอ หนาวสั่นและเมื่อยล้า ลงได้ทันทีและคงอยู่นาน

Thursday, November 20, 2008

What is detox

Detox คืออะไรDetox
ย่อมาจาก คำว่า Detoxification หมายถึง กระบวนการในการล้างสารพิษ (Toxin) ออกจากร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ การสวนทวาร การกินเจ สารพิษ(Toxin) คือ อะไร สารพิษ (Toxin) คือ สารเคมีที่เกิดจากความบกพร่องของกระบวนการล้างพิษในร่างกาย โดยปกติร่างกายของคนเราสามารถล้างพิษในตัวได้อยู่แล้ว เช่น การล้างพิษจากเลือดด้วยตับ การกรองน้ำเสียด้วยไต การกำจัดเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว การกำจัดเศษอาหารในลำไส้ใหญ่ แต่ถ้า เกิดกรณีที่ ได้รับสารพิษมากเกินไป หรือ กระบวนการล้างสารพิษมีประสิทธิภาพลดลงเนื่องจากอายุมากขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายเราสะสมสารพิษไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ สารพิษ(Toxin) มีโทษอย่างไรต่อร่างกาย สารพิษ เป็นสารที่ก่อโทษต่อร่างกายไม่ว่าจะมีพิษมากหรือน้อยล้วนก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย อาจส่งผลตตั้งแต่ปัญหาเล็ก ๆ เช่น ผดผื่น คัน จนกระทั่งโรคมะเร็งแน่นอนว่าร่างกายต้องมีสารพิษอยู่แล้วแต่ถ้ามีมากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ จะส่งผลเสียต่อร่างกายสามารถสังเกตุได้จาก-เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย-หนักเนื้อหนักตัว หน้ามืดตาลาย-เซื่องซึม นอนไม่หลับ-ท้องผูกบ่อย ท้องร่วง-หมดเรี่ยวหมดแรง หมดสภาพ-สมาธิสั้นลง มึนหัว ตามัว -หงุดหงิดง่าย ความจำไม่ดี


เรื่องจริง 90% ของโรคเกิดจากการสะสมพิษในลำไส้ใหญ่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การสะสมพิษ เช่น อุจจาระตกค้าง ตะกรัน(Chronic dunk) ที่ลำไส้ใหญ่ หรือ อาการท้องผูก เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอและเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ง่ายเนื่องจากลำไส้เป็นอวัยที่ร่างกายเราไม่สามารถมองเห็นได้ จึงถูกละเลยในการดูแล โรคที่เกิดจากการสะสมพิษในลำไส้ใหญ่ เช่น เบาหวาน ความดัน โคเรสเตอรอล เส้นเลือดในสมองแตก หลอดเลือดตีบตัน หัวใจ หลอดเลือดในหัวใจตีบ ไมเกรน ปวดหัว อัมพาต มะเร็ง ผิวหนัง ภูมิแพ้ ภูมิเพี้ยน (SLE) เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สิวเสี้ยน สิวอักเสบ ฝ้า กระ ผิวหยาบกร้าน กลิ่นกาย กลิ่นปาก ปวดหลัง ปวดคอ ปวดข้อ ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ริดสีดวง พุงโต น้ำหนักเกิน ฯลฯท้องผูกปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ที่คนในยุคแข่งขันสูง เป็นกันบ่อยที่สุด คือ อาการท้องผูก อันเป็นตัวบ่งชี้ว่า อาหารที่บริโภคนั้นมีเส้นใยอาหารที่ต่ำมาก ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ทานอาหารด้วยความเร่งรีบ ทานเนื้อสัตว์มากเกินไปการ Detox ลำไส้การล้างลำไส้มีวิธีการที่คนในปัจจุบันนิยมใช้คือ การสวนทวารล้างลำไส้ เป็นวิธีการที่หลายคนรู้จักมีทำตามโรคพยาบาลต่าง ๆ ใช้บริการครั้งละ 700 - 1000 บาท ใช้กรดมะนาว หรือ กรดกาแฟ ในการสวนทวาร เป็นวิธีการแรกที่ทางการแพทย์ค้นพบในการล้างพิษ เป็นวิธีการที่ดีในการล้างพิษ วิธีหนึ่ง



สนใจจะมีใว้ในครอบครอง เชิญติดต่อ www.tarad.com/huoto

Saturday, October 18, 2008

การมีพุง อาจมิใช่เพราะไขมัน+too fat isn't only the cause by eating

สาเหตุของการมีพุง อาจมิใช่เพราะไขมัน

สาเหตุของการมีพุง อาจมิใช่เพราะไขมัน
คย เป็นบ้างไหมว่า แม้เราจะลดน้ำหนักสักแค่ไหน หน้าท้องของเราก็ยังป่องไม่เรียบตึงเช้งกะเด๊ะซะที คุณควรรู้ไว้ว่า สาเหตุของพุงป่องไม่ใช่จากการรับประท านเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น ลองเรียนรู้สักนิดเพื่อหาทางกำจัดพุงป่องๆ แบบถาวรกันดีกว่า 1. การแพ้อาหาร บางครั้งอาการท้องบวมอาจเกิดจากอาการระคายเคืองหรือก ารติดเชื้อของระบบย่อยอาหารในช่องท้อง หรืออาจรวมถึงการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้บวมน้ำแล ะยังรวมไปถึงการมีรอบเดือนด้วย แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าหน้าท้องของคุณบวมขึ้นผิดปกติหลัง ทานอาหารบางชนิด ให้สันนิษฐานได้ว่าคุณน่าจะมีอาการแพ้อาหารเข้าให้แล ้ว จากสถิติพบว่าอาหารจำพวกแป้งและนมมีโอกาสทำให้เกิดอา การแพ้และบวมมากที่สุด 2.อาหารลดน้ำหนัก คนที่ชอบหวังพึ่งอาหารลดน้ำหนักจำพวกโลว์-แฟ้ต หรือแฟ้ต-ฟรีมักจะมีปัญหาพุงป่อง เนื่องจากคุณจะคิดว่ามันเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ จึงสามารถกินมากกว่าปกติ อาหารพวกนี้อาจมีพลังงานน้อยกว่าปกติ แต่มันก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้น ทางที่ดีหันมารับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นจะดีกว่า รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์ช่วยย่อย อาทิ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชูสกัดจากแอ๊ปเปิ้ล หรือผักสดต่างๆ 3.กินช้าๆ แต่บ่อยๆ เลิกนิสัยรีบกินรีบไปซะที ค่อยๆ เคี้ยวอาหารช้า ๆ เพื่อให้ประสาทรับรู้ของเราค่อยๆ รู้สึกอิ่ม และในแต่ละมื้ออย่ากินให้เยอะจนอิ่มแน่นท้อง คุณควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ แต่อย่ากินขนมจุบจิบจำพวกขนมนมเนยต่าง ๆ เลือกกินผลไม้หรือธัญพืช เมื่อหิวระหว่างมื้อจะดีกว่า 4.ขจัดสารพิษ แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินในบุหรี่มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่ างกาย ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและยังก่อให้เกิดเซลลูไลท์อีกด ้วย ดังนั้นเมื่อรู้เหตุดังนี้แล้วก็แค่ลดละเลิกการดื่มเ ครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนต่าง ๆ และเลิกสูบบุหรี่ไปซะด้วยเลยในเวลาเดียวกัน 5.หัดกินสักนิด ในกระเพาะของเราจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เพื่อช่วยในกา รย่อยอาหาร แต่บางครั้งแบคทีเรียเหล่านี้ก็อาจถูกกำจัดไปจากสภาว ะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยหรือการรับประทานอาหารบางชนิ ด แนะนำให้คุณรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำเพื ่อปรับสมดุลแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้หน ้าท้องของคุณบวมน้อยลงด้วย 6.ดื่มน้ำให้มาก น้ำเป็นเสมือนขุมทรัพย์แห่งความงามจริงๆ รวมไปถึงอาการบวมน้ำนี้ด้วยคุณควรดื่มน้ำให้ได้อย่าง ต่ำ 8 แก้วต่อวัน แต่วิธีการดื่มนั้นอย่าดื่มหมดแก้วในคราวเดียวควรจิบ น้ำบ่อยๆ เรื่อยๆ เพราะการที่คุณดื่มน้ำแก้วใหญ่ในคราวเดียว จะทำให้กระเพาะปัสสาวะของคุณขยายใหญ่ ถ้าจะให้ดีลองเลือกดื่มขาสมุนไพร อาทิ ชาเป็ปเปอร์มินต์ หรือชาคาโมไมล์แทนน้ำเปล่า โดยเฉพาะการดื่มในช่วงหลังอาหาร จะช่วยให้อาหารที่คุณรับประทานเข้าไป ย่อยได้ดีขึ้นด้วย 7. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าการซิตอัพทุกวันจะช่วยให้หน้าท ้องแบนเรียบแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย แม้ว่าการซิตอัพจะช่วยสร้างกล้ามท้อง แต่ถ้าร่างกายของคุณนั้นยังปกคลุมด้วยชั้นไขมันแล้วล ่ะก็ หน้าท้องเรียบตึงก็จะไม่มีวันโผล่มาให้เห็นหรอก ดังนั้นจึงจำเป็นที่คุณจะต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างต่ำ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป ผนวกกับการซิตอัพ คราวนี้แหละสวยตึงแน่นอน 8. หายใจลึกๆ เมื่อคุณหายใจเข้าออกแบบลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายจะคลายความตึงเครียดออกมา รวมทั้งยังช่วยในการเติมอ็อกชิเจนและพลังชีวิตให้ร่า งกายด้วย ทุกครั้งที่คุณหายใจให้พยายามหายใจให้ลึกเข้าไปยังท้ อง อย่าหยุดเพียงแค่เก็บลมไว้ในช่องอกการหายใจเข้าออกจา กท้องเป็นนิสัยจะช่วยกระชับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็ งแรงมากยิ่งขึ้น 9. นวดกระชับหน้าท้อง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนวด ช่วยได้ จริงๆ เนื่องจากการนวดท้องนั้น ช่วยไล่ลมที่กักเก็บไว้ในช่องท้องได้ และช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย ณ วิธีการนวดก็ไม่ยาก เพียงวางฝ่ามือลงบนท้องแล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น คุณอาจใช้ครีมจำพวกกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย ก็ได้

Thursday, October 9, 2008

what food makes you headche


~~~อาหารอะไร ทำให้ปวดหัว ~~~

อาการ ปวดหัวของบางคนจะกำเริบทันทีถ้าทานอาหารที่มีสารไทรามีน (Tyramines) และ นิไทรต์ (Nitrite) เข้าไป เพราะร่างกายของคนๆ นั้นมีความไวต่อสาร 2 ตัวนี้ พอได้รับปุ๊บก็จะทำให้ระบบประสาทและหลอดเลือดหดตัวทันที อาหารที่มีสาร 2 ชนิดนี้อยู่มากก็คือ
1. ช็อกโกแลต โดยเฉพาะคนที่เป็นไมเกรน ทานเมื่อไรเป็นได้เรื่องทุกที ยกเว้นช็อกโกแลตขาวซึ่งมีนมเป็นส่วนประกอบหลักมากกว่า
2. กุนเชียงและเนื้อแดดเดียว เพราะสีแดงของอาหาร 2 ชนิดนี้ มาจากการเติมดินประสิวลงไป โดยไม่รู้ว่าดินประสิวนี่ละมีสาร Nitrite ระดับตัวแม่เลย
3. ลูกชิ้นเด้ง ไม่ ใช่ทุกร้าน แต่ก็เป็นส่วนใหญ่ที่คนทำลูกชิ้นจะใส่สารบอแร็กซ์ลงไปด้วยเพื่อช่วยให้ลูก ชิ้นเด้งดึ๋งได้ดีขึ้น ทั้งๆ ที่บอแร็กซ์เป็นสารก่อมะเร็ง กระทรวงสาธารณสุขก็เตือนอยู่โครมๆ ว่าไม่ให้ใส่
4. สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ผลการวิจัยว่าคนที่เป็นไมเกรนจะปวดหัวเมื่อกินสารชนิดนี้
5. ไวน์แดง ในไวน์ก็มีไทรามีน กับนิไทรต์ ไม่น้อยนหน้าใครเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ดื่มได้ล่ะดี นอกจากนี้สำหรับ



คนที่ปวดหัวเพราะไมเกรน ยังต้องเลี่ยงอาหารต่อไปนี้ด้วย -
ช็อกโกแลต เนย ถั่ว เนยถั่ว ฮอทดอก
- เนื้อย่าง เนื้อที่ใส่เครื่องเทศมากๆ อาหารมันๆ ซีอิ๊ว ผงชูรส เนื้อวัว
- น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน - ส้ม กล้วย ลูกพรุน สับปะรด
- ยาแก้โรคความดัน ยารักษากระเพาะ Cimetidine ยาคุมกำเนิด

Monday, October 6, 2008

20 ไอเดียง่ายๆ ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี

http://pro.corbis.com/images/RF5061579.jpg?size=572&uid=%7B594F5432-7DC1-4D6D-841C-65F3CD669FB7%7D

       ลดความอ้วนให้ได้ผล ก็ต้องออกกำลังกายตามโปรแกรม รับประทานอาหารอย่างระวัง แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเวลามากนัก เพราะชีวิตยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำมากมาย เราสามารถช่วยคุณได้ เพียงแค่ท่องจำให้แม่นตลอดเวลาว่าคุณต้องการมีหุ่นที่ดีทุกครั้งไม่ว่าคุณจะทำอะไร 20 อย่างต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่คุณอาจได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ทำแล้วให้ผลในเรื่องของการลดน้ำหนักไปในตัว 

    1.อย่าปล่อยให้ปริมาณอาหารกำหนดการกินของคุณ เพราะปริมาณอาหารไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายต้องการ ทุกมื้ออาหารควรทานให้อิ่มพอดีๆ อย่าให้ถึงกับรู้สึกอึดอัด และไม่ต้องเสียดายอาหารที่เหลือในจาน แต่ให้คิดเสียว่าอาหารที่เหลือต่อวัน คือแคลอรีที่คุณสามารถลดได้ 
    2.หาน้ำดื่มทุกครั้งก่อนที่คุณจะหาขนมนมเนยเข้าปาก ถ้าทำได้ วิธีนี้จะช่วยคุณได้มากทีเดียว ทั้งลดความอ้วนและประหยัดค่าขนมไปในตัวด้วย 
    3.กฎเหล็กของการลดความอ้วนคือ การตัด ABC ออก A หมายถึง Alcohol (แอลกอฮอร์), B หมายถึง Bread (ขนมปัง) และ C carbohydrates (คาร์โบไฮเดรต) 
    4.ปล่อยให้ตู้เย็นโล่งสะอาดตา โดยหาเพียงสิ่งที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือทานแล้วช่วยให้คุณดูสวยขึ้น เช่น หาผลไม้หรือน้ำผลไม้ประดับตู้เย็นแทนขนมเค๊ก นมพร่องไขมันเนย และน้ำแร่แช่แทนน้ำอัดลม และที่สำคัญ ควรหาภาพนางแบบหุ่นดีๆ ใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนโค้งเว้า มาติดตู้เย็นแทนแม่เหล็กที่แถมจากร้านอาหาร 
    5.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะอาหารเช้าสามารถช่วยให้คุณทานอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลง 
    6.เคยมีผลวิจัยบอกว่า การได้ฟังดนตรีเพลงโปรด (ต้องเพลงช้าๆ นะ) นั้นเปรียบเสมือนได้รับประทานอาหารรสเยี่ยม ทีนี้เมื่อคุณเกิดอาการอยากอาหาร ให้ลองเปลี่ยนมาฟังเพลงเพราะแทน 
    7.เตือนความจำตัวเองด้วยการนำชุดตัวเก่งที่คุณใส่ได้เมื่อครั้งยังผอม แขวนในตู้เสื้อผ้าที่คุณสามารถเห็นได้ชัดทุกวัน เพื่อเตือนความจำให้คุณอยากกลับมาใส่ชุดนี้อีกครั้ง 
    8.เมื่ออยู่ห้องแอร์เย็นๆ ให้หาน้ำขิงหรือชาเขียวดื่มแทน กาแฟ กาแฟหนึ่งถ้วย เปรียบเสมือนทานข้าวไปสองจาน น่าตกใจไหมล่ะ 
    9.นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และเต็มตา เพราะผู้หญิงเรา หากได้นอนหลับเพียงพอ ร่างกายจะสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้มากขึ้นจากปกติถึง 40% เชียวนะ 
  
  10.ก่อนเข้าซุปเปอร์มาเก็ตทุกครั้ง ควรจดรายการที่ต้องการ และซื้อตามรายการที่จด แทนการเลือกซื้อแบบตามใจฉันจะนึกออก ณ ตอนนั้น หากตั้งใจช้อปของไม่มาก แนะนำให้ถือตระกร้าแทนรถเข็น เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณได้ออกแรงแล้ว ยังช่วยไม่ให้คุณเลือกซื้อของเกินรายการที่ต้องการอีกด้วย



    11.หลีกเลี่ยงการอยู่หรือทำงานในเวลากลางคืน เนื่องจาก แสงของยามค่ำคืนและการนอนดึกจะยิ่งทำให้คุณอยากทานของจุกจิก หรือหิวระหว่างคืนได้ แต่หากคุณต้องการดูหนังในเวลากลางก็สามารถทำได้ด้วยการเปิดไฟดวงน้อย เมื่อหนังจบก็สามารถดับไฟนอนได้เลย
    12.เปลี่ยนขนมจุกจิกเป็นลูกอม เพราะลูกอมมีแคลอรีเพียง 20 แคลอรี และสามารถช่วยให้คุณหายหิวได้ถึง 20 นาที 
    13.เติมความสดชื่นด้วยชาเขียว เพราะชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น ควรหาชาเขียวมาดื่มร้อนๆ สักสามถ้วยต่อวัน 
    14.ทำเรื่องกินให้เป็นเรื่องใหญ่ โดยไม่ทานอาหารในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต หากต้องการกิน ก็ควรนั่งกินบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราว 
    15.หาเวลาสัก 20 นาทีต่อวัน สำหรับการเดินเล่น ชมสวน หรือนั่งเล่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ วิธีนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังช่วยเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้อีกด้วย 
    16.ฝึกที่จะใช้บันไดแทนลิฟ หากคุณทำงานหรือเรียนอยู่บนชั้นสูงๆ ให้ขึ้นลิฟไปถึงก่อนชั้นทำงานหรือชั้นเรียนอย่างน้อย 2 ชั้นที่เหลือให้ใช้บันไดแทน 
    17.ปลดปล่อยอารมณ์ให้สุดเหวี่ยงขณะขับรถ โดยการฟังเพลงแดนซ์เพลงโปรดของคุณ ร้องออกมาดังๆ แล้วขยับร่างกายตามจังหวะเพลง ไม่ต้องไปสนใจใครหรอก โดยเฉพาะหากรถยังแล่นอยู่ 
    18.ยุ่งนัก หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ให้หาถุงเท้าสบายๆ แล้วใส่อยู่บ้านแล้วโลดแล่นให้ทั่วพื้นบ้าน จินตนาการว่ากำลังเล่นสเก็ตอยู่ เพียง 10 นาทีก็ช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีเชียวนะ 
    19.หาวีดีโอหรือวีซีดีออกกำลังกายสักหนึ่งชุด แล้วเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็นเฮ็ลท์คลับส่วนตัว เปิดแอร์ได้ไม่ว่ากันค่ะ
    20.เปลี่ยนนิสัยขี้เกียจ แล้วเริ่มหัดทำงานบ้านเสียบ้าง เพราะทุกสิ่งที่คุณทำล้วนเปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายและเผาผลาญแคลอรีในตัว  

Search here