Goo

There was an error in this gadget

Can't find topic? find it here

Wednesday, September 17, 2008

Hand felt wrong read it

ใครมือชาบ่อยๆ ต้องอ่าน !
 

มือชา กลุ่มอาการกดทับเส้นประสาทฝ่ามือ 

 
อาการของมือชา 
การกดทับเส้นประสาทที่ฝ่ามือ จะทำให้มีอาการปวดมือและปวดร้าวขึ้นไปที่แขนมักจะมีอาการชาที่นิ้วมือ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลางและบางส่วนของนิ้วนางตามแนวของเส้นประสาท 

อาการปวดจะมีมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานในลักษณะการเกร็งอยู่นานๆ เช่น การจับมีด กรรไกร การทำงานช่างที่ใช้ค้อนหรือใช้เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่เครื่องเป่าผมจนถึงเครื่องกระแทกเจาะคอนกรีต มักจะมีอาการปวดในเวลากลางคืนหรือเวลาตื่นนอนตอนเช้าบางรายที่ถูกกดทับอยู่นานๆ จะเริ่มมีอาการอ่อนแรงของมือ เช่น จะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงเวลากำมือ โดยเฉพาะการใช้มือหยิบของเล็กๆ จะทำได้ลำบากและมีกล้ามเนื้อลีบที่ฝ่ามือ 

 
สาเหตุและพยาธิสภาพ 
อาการปวดและชาเกิดเนื่องจากมีความดันสูงในช่องอุโมงค์ที่เส้นประสาทลอดผ่านที่บริเวณฝ่ามือ เนื่องจากมีการอักเสบและการหนาตัวของเนื้อเยื่อพังผืดที่คลุมช่องอุโมงค์นี้เกิดการกดทับเส้นประสาท ในรายที่เป็นอยู่มากๆ ก็จะเกิดเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ รัดเส้นประสาทอีกชั้นหนึ่ง ทำให้การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล 

การตรวจวินิจฉัย 
จะมีอาการปวดแปลบๆ เวลาเคาะที่เส้นประสาทอาจพบมีกล้ามเนื้อลีบ ในบางรายอาจต้องใช้การตรวจระบบไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ปัจจัยเสี่ยงและโรคที่เกี่ยวข้อง 
? โรคเบาหวาน 
? โรคข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เก๊าต์ 
? โรคต่อมไทรอยด์บกพร่อง 
? ภาวะตั้งครรภ์ 
? ก้อนถุงน้ำหรือเนื้องอกในช่องอุโมงค์ 
? กระดูกหักบริเวณข้อมือ 
? การใช้งานมือนานๆ 
? ภาวะบวมน้ำจากโรคไต โรคตับ 
 
การรักษา? ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานมือในลักษณะเกร็งนานๆ 
? ควบคุมหรือรักษาโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานให้ดี 
? การใช้ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดรับประทานมักจะได้ผลดี โดยอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ 
? บางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยดามข้อมือชั่วคราว 
? การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในช่องอุโมงค์จะช่วยอักเสบและบางรายจะหายได้ 

การผ่าตัด 
เป็นการรักษาในรายที่มีอาการมากหรือกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงหรือลีบลง และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการรักษาด้วยการผ่าตัดทำให้โรคหายขาดได้ 
การผ่าตัดจะเป็นการตัดและเลาะผังผืดที่รัดเส้นประสาท ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กและผู้ป่วยสามารถใช้งานได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจะใช้งานได้ตามปกติ ภายใน 4 - 6 สัปดาห์ 

No comments:

Search here